0

Cloth Drying Techniques in Rainy Season เทคนิคอบผ้าในหน้าฝน


2020-03-24 19:06:59

การซักผ้า ตากผ้า ช่วงหน้าฝนอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ของหลายๆ บ้าน ที่ต้องรีบวิ่งแจ้นเก็บผ้ากันให้วุ่นวาย ส่วนบ้านไหนเป็นคอนโด ทาวน์เฮ้าส์ ไม่มีบริเวณตากผ้ากลางแจ้งยิ่งแล้วใหญ่ จะตากผ้าในร่มภายในบ้านก็มีกลิ่นอับชื้นไม่ถูกสุขอนามัย ทีนี้จะทำอย่างไรดี

ความจริงบ้านเราแดดดีเกือบทั้งปี จะมีก็เฉพาะหน้าฝนที่พรำๆ ตกๆ ชื้นแฉะ จนงานตากผ้ากลายเป็นเรื่องชวนปวดหัว บางบ้านใช้วิธีบ้านๆ แบบดั้งเดิม คือการขึงราวตากผ้าไว้ในบ้าน ใช้พัดลมเปิดส่ายไปมาตลอดวัน ก็ช่วยได้ประมาณหนึ่งทีเดียว หรือจะหาซื้อราวตากผ้าที่มีความร้อนภายในซี่เหล็กทำหน้าที่เหมือนเวลาเราตากผ้าไว้กับฮีตเตอร์มาลองใช้ดูก็ไม่เลวทีเดียว แต่สำหรับบ้านที่ไม่มีพื้นที่และไม่นิยมส่งเสื้อผ้าซักตามร้านซักอบรีด หนึ่งในวิธีการแก้ปัญหาคือการหาซื้อเครื่องอบผ้ามาใช้เสียเลย นับเป็นอีกตัวช่วยที่ช่วยแก้ปัญหาผ้าชื้น ผ้าเหม็นอับ ผ้าไม่สะอาดได้ทุกข้อ เว้นอยู่สองอย่างคือมีราคาสูงและค่อนข้างเปลืองไฟฟ้า

เลือกเครื่องอบผ้า
- ควรศึกษาให้ดีเสียก่อนว่าบ้านของคุณเหมาะกับเครื่องอบผ้าแบบไหน เพราะมีทั้งแบบลมร้อน ซึ่งทำงานแบบพื้นฐาน คือเป่าลมร้อนแล้วระบายลมออก ทำให้เสื้อผ้าแห้งสนิท ระบบนี้ต้องใช้ที่ระบายลมออกจากเครื่องสู่อากาศภายนอก มีให้เลือกทั้งแบบตั้งเวลาเองและแบบออโต้ แบบที่ 2 คือแบบควบแน่น ซึ่งเหมาะกับบ้านที่ไม่สะดวกต่อท่อระบายลมร้อนออก เครื่องลักษณะนี้ทำงานด้วยลมร้อนเช่นกันแต่มีการควบแน่นความชื้นไปเก็บไว้ภายในภาชนะบรรจุน้ำในเครื่องเพื่อเทออกภายหลัง ส่วนลมร้อนจะลดลงเมื่อผ่านครีบโลหะก่อนปล่อยออกจากเครื่อง เครื่องแบบหลังจะมีราคาสูงกว่าแบบแรก และมีข้อสังเกตว่าผ้าจะมีความชื้นหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย
- เลือกขนาดเครื่องอบผ้าให้สัมพันธ์กับเครื่องซักผ้า

เทคนิคอบผ้า
- ก่อนซักหรืออบผ้า ลองดูว่าเสื้อผ้าชิ้นไหนที่คุณจะใส่ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้ เช่น กางเกงยีนส์ หรือเสื้อผ้าบางตัวที่ใส่ออกนอกบ้านแป๊บเดียว ไม่เลอะ แต่ไม่ใช่หมักหมมจนสกปรกและเหม็น
- แยกประเภทของผ้าออกจากกัน เช่น ผ้าเนื้อบาง เนื้อหนา เพราะใช้เวลาอบต่างกัน อย่างผ้าบางๆ ละเอียดๆ ที่ต้องการการทนุถนอม เครื่องอบก็จะมีฟังก์ชั่นที่ไม่ร้อนมากจนทำลายเนื้อผ้า
- ก่อนนำผ้าเข้าเครื่องอบ ควรจับแยกเป็นชิ้นๆ อย่าให้พันเป็นก้อนๆ วิธีนี้ทำให้ความร้อนโดนผ้าอย่างทั่วถึง
- เลือกโปรแกรมและเวลาอบผ้าให้เหมาะกับชนิดของผ้า และควรดูว่าเป็นผ้าแบบต้องรีดหรือไม่ต้องรีด
- เลือกอบเสื้อผ้าหนาๆ ก่อน พอจวนจะแห้ง ให้เอาเสื้อผ้าบางๆ เข้าไปอบด้วยกัน
- ใช้ผ้าขนหนูแห้ง 1-3 ผืน (ขึ้นอยู่กับจำนวนชิ้นของผ้าที่อบ) โยนเข้าไปในเครื่องอบพร้อมกับผ้าหมาดที่เพิ่งซักเสร็จ เพราะจะช่วยดูดซับความชื้นจากผ้าเปียกและทำให้อบผ้าแห้งเร็วขึ้น
- หากคุณทิ้งผ้าค้างอยู่ในเครื่องอบเมื่ออบเสร็จแล้วนานเกินไป และพบว่าผ้าแห้งยับยู่ยี่ไปหมด ให้โยนผ้าขนหนูสะอาดแบบเปียก (บิดน้ำออกแล้ว) เข้าไปรวมกับผ้ายับ เปิดเครื่องอบอีกประมาณ 15 นาที แค่นี้ก็ช่วยได้แล้ว
- เมื่อคุณอบหมอนที่ซักแล้ว ลองใส่ลูกเทนนิสสะอาดๆ เข้าไปในเครื่องอบซัก 2-3 ลูก ในช่วง 30 นาทีสุดท้ายของการอบ ลูกเทนนิสจะช่วยตีหมอนให้ฟู และทำให้อากาศผ่านเข้าออกหมอนได้ดียิ่งขึ้น
- ควรทำความสะอาดฟิลเตอร์บ่อยๆ เพื่อให้เครื่องอบผ้าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
- นอกจากนี้คุณยังสามารถอบผ้าให้มีกลิ่นหอมสะอาดได้ด้วยวิธีธรรมชาติโดยการใส่ลาเวนเดอร์ออร์แกนิกลงในถุงผ้ามัสลินที่คุณเย็บเองง่ายๆ กว้างยาวประมาณ 5 x 5 นิ้ว ขยำเล็กน้อย แล้วใส่เข้าไปในเครื่องอบ เท่านี้ก็หอมฟุ้งแบบไม่ต้องพึ่งสารเคมีแล้ว ลาเวนเดอร์มีสรรพคุณไล่แมลง ช่วยให้หลับง่าย และเป็นตัวต้านแบคทีเรียตามธรรมชาติ

เท่านี้ งานวุ่นๆ และผ้าชื้นๆ ก็กลายเป็นผ้าแห้งสนิท สะอาด หอม นุ่ม พร้อมใช้งานได้อีกครั้ง แต่ถ้าวันไหนแดดจ้า ก็น่าปล่อยให้เครื่องของคุณได้พักร้อน ให้ผ้าได้สัมผัสกับแสงแดดธรรมชาติได้ก็จะดี ประหยัดทั้งไฟ ประหยัดทั้งเงิน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสุดๆ ไปเลย


Cr: http://www.dailyintrend.com/


อบผ้า, ตากผ้า, ซักผ้า, เครื่องอบผ้า, ผ้าคลุม, เครื่องซักผ้า, drying, washing, machinecover


บริษัท มามิ แอนด์ ซิส จำกัด

181/292  ถนนกาญจนาภิเษก 

แขวงดอกไม้ เขตประเวศ 

กรุงเทพมหานคร 10250


















Copyright ® 2019 MAMIcover.com